รู้จักคิมมินซอก หรือซิ่วหมิน สมาชิก EXO มากความสามารถ พร้อมผลงานเด่น

ถ้าพูดถึงสมาชิกที่ทั้งร้อง เต้น และดูแลน้อง ๆ ในวง EXO ได้อย่างครบเครื่อง ชื่อของ คิมมินซอก (Kim Min-seok) หรือซิ่วหมิน (Xiumin) มักจะถูกพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ

เขาคือพี่ใหญ่ของวงที่เดบิวต์มาตั้งแต่ปี 2012 และยังคงเป็นแกนหลักด้านเสียงร้อง การแสดงบนเวที และพลังบวกที่ส่งต่อให้แฟนคลับ EXO-L มาจนถึงปัจจุบัน

บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักประวัติของซิ่วหมินอย่างละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้น เส้นทางสายไอดอล ความสำเร็จในเวที EXO และ EXO-CBX ไปจนถึงผลงานเดี่ยวที่พิสูจน์ว่าเขาคือไอดอลที่มากความสามารถ

ซิ่วหมิน EXO คือใคร ทำไมถึงได้รับฉายาพี่ใหญ่มากความสามารถ

ซิ่วหมิน หรือชื่อจริง คิมมินซอก คือสมาชิกที่อายุมากที่สุดในวง EXO ภายใต้สังกัด SM Entertainment เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกซับยูนิต EXO-K ในยุคแรกที่แบ่งวงออกเป็นฝั่งเกาหลีและจีน ก่อนที่ภายหลังจะรวมเป็นวงเดียวกันซิ่วหมินมีบทบาทเป็นเมนโวคอลและลีดแดนเซอร์ ทำให้เวลาขึ้นเวทีคอนเสิร์ตหรือโชว์เคส เราจะเห็นว่าเขาทั้งร้องและเต้นได้แบบไม่มีตก

นอกจากความสามารถบนเวที สิ่งที่ทำให้แฟน ๆ หลงรักซิ่วหมินคือคาแรกเตอร์ที่อ่อนโยน ใจเย็น และดูแลน้อง ๆ ในวงเหมือนพี่ชาย เขามักถูกพูดถึงเรื่องการเป็นไอดอลที่ฟิตที่สุดคนหนึ่งของ K-pop ด้วยรูปร่างกล้ามเนื้อชัดเจน รวมถึงเป็นไอดอลที่จริงจังกับการฝึกซ้อมตลอดเวลา

อ้างอิง: sanook

โปรไฟล์ส่วนตัวของซิ่วหมิน

  • ชื่อจริง: คิม มินซอก (김민석 / Kim Min-seok)
  • ชื่อในวงการ: ซิ่วหมิน (시우민 / Xiumin)
  • วันเกิด: 26 มีนาคม ค.ศ. 1990
  • บ้านเกิด: เมืองกูรี จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้
  • ส่วนสูง: ประมาณ 173 เซนติเมตร
  • กรุ๊ปเลือด: B
  • ตำแหน่งในวง EXO: เมนโวคอล (Main Vocalist) และลีดแดนเซอร์ (Lead Dancer)
  • สังกัด: SM Entertainment
  • ซับยูนิต: EXO-K (ในยุคแรก) และ EXO-CBX

ประวัติและชีวิตในวัยเด็กของคิมมินซอก

คิมมินซอกเกิดและเติบโตในจังหวัดคยองกี เขามาจากครอบครัวขนาดเล็ก พ่อทำงานในสายธุรกิจ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ในช่วงวัยเด็กเขาเป็นเด็กที่เรียนดี รักการออกกำลังกาย และเริ่มสนใจดนตรีตั้งแต่สมัยมัธยม ความฝันแรกของเขาไม่ใช่การเป็นนักร้องโดยตรง แต่เป็นความหลงใหลในเสียงดนตรีและการแสดงที่ค่อย ๆ พาเขาเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิง

การศึกษาและจุดเริ่มต้นในวงการ

ซิ่วหมินจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศิลปะปัจจุบันใช้ชื่อโรงเรียนศิลปะอินชัง (Bucheon Junggang) ก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยคาทอลิกควานดง (Catholic Kwandong University) สาขาการแสดง (Performing Arts) เขาเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนทั้งวิชาการและฝึกซ้อมไปพร้อมกัน ทำให้พื้นฐานเรื่องการร้องและการแสดงของเขาแน่นตั้งแต่ก่อนเดบิวต์

เส้นทางเข้าสู่ SM Entertainment ของเขามาจากการ เข้าร่วมการแคสติ้ง SM Everysing Contest ในปี 2008 ซึ่งเป็นเวทีเฟ้นหานักร้อง-นักเต้นรุ่นใหม่ของค่าย โดยเขาคว้ารางวัลใหญ่ และได้เซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึกอย่างเป็นทางการ จากนั้นต้องใช้เวลาฝึกฝนหนักกว่า 4 ปี ก่อนที่จะได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในสมาชิกวงไอดอลรุ่นใหม่ของ SM ที่ชื่อว่า EXO

เส้นทางการเดบิวต์ของซิ่วหมินกับวง EXO

ซิ่วหมินถือเป็นเด็กฝึกที่ใช้เวลาเทรนกับ SM ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับสมาชิกหลายคนของ EXO เขาได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ สมาชิกคนที่สอง ของวง EXO ผ่าน “ทีเซอร์หมายเลข 2” ที่บริษัทต้นสังกัดทยอยปล่อยออกมาในช่วงต้นปี 2012 และได้เดบิวต์อย่างเต็มตัวพร้อมเพื่อน ๆ ในวันที่ 8 เมษายน 2012 ด้วยมินิอัลบั้มแรกชื่อว่า “MAMA”

บทบาทของซิ่วหมินใน EXO-K และ EXO-M

ในยุคแรก EXO ถูกแบ่งออกเป็นสองซับยูนิตคือ EXO-K ทำตลาดในเกาหลี และ EXO-M ทำตลาดในจีน โดยซิ่วหมินถูกจัดอยู่ใน EXO-K ร่วมกับซูโฮ ไค เซฮุน แบคฮยอน และดีโอ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในเสาหลักของทีมฝั่งเกาหลี ทั้งด้านโวคอลและการแดนซ์ และเป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแลความเรียบร้อยให้กับสมาชิกที่อายุน้อยกว่า

หลังจากที่อัลบั้ม “XOXO” (2013) ประสบความสำเร็จระดับล้านก๊อบ ซิ่วหมินและสมาชิกคนอื่น ๆ ก็เริ่มถูกจัดให้ทำกิจกรรมแบบรวมวงเต็มรูปแบบมากขึ้น ทำให้สถานะ EXO-K และ EXO-M ค่อย ๆ หลอมรวมกัน และซิ่วหมินก็ได้แสดงศักยภาพในฐานะสมาชิกวงเต็มวงที่มีพลังบนเวทีและเป็นตัวจริงในเรื่องไลฟ์โวคอล

ผลงานเด่นของซิ่วหมินในวง EXO

ตลอดสิบกว่าปีในวงการ ซิ่วหมินมีส่วนร่วมในเพลงฮิตของ EXO หลายเพลงที่กลายเป็นเพลงประจำยุค K-pop รุ่นสามและสี่ ไม่ว่าจะเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม การโชว์โวคอลในเพลงบัลลาด รวมไปถึงท่าเต้นที่ต้องใช้พลังสูง

เพลงและอัลบั้มสำคัญที่ซิ่วหมินมีบทบาทเด่น

  • MAMA (2012): เพลงเดบิวต์ที่เปิดตัวคอนเซ็ปต์พลังพิเศษของ EXO ซิ่วหมินมีพลังในไลน์โวคอลที่ฟังชัดเจน
  • Growl (2013): เพลงดังที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของวง ซิ่วหมินมีท่อนร้องและการเต้นในฟอร์เมชั่นแบบ One-take ที่ขึ้นชื่อ
  • Overdose (2014): มินิอัลบั้มที่ขายดีในยุคนั้น ซิ่วหมินรับบทตัวจริงในงานคอนเสิร์ตหลังการเปลี่ยนผ่านสมาชิก
  • Call Me Baby (2015): เพลงที่ช่วยยกระดับ EXO สู่การเป็น “บอยกรุ๊ปอันดับหนึ่งของเกาหลี” ซิ่วหมินมีท่อนร้องในช่วงไคลแมกซ์
  • Monster (2016): เพลงคอนเซ็ปต์มืดที่โชว์ทักษะการเต้นชั้นสูง ซิ่วหมินรับบทเซ็นเตอร์หลายช่วง
  • Ko Ko Bop (2017): เพลงสไตล์เร็กเก้ที่กลายเป็นเพลงฮิตทั่วเอเชีย
  • Love Shot (2018): เพลงรีแพ็กเกจที่โชว์ความเป็นผู้ใหญ่ของวง ซิ่วหมินมีส่วนในการดีไซน์การแสดง
  • Obsession (2019): อัลบั้มสุดท้ายก่อนเขาเข้ารับราชการทหาร โดดเด่นในด้านคอนเซ็ปต์และโปรดักชั่น
  • Don’t Fight the Feeling (2021): สเปเชียลอัลบั้มที่ซิ่วหมินกลับมาร่วมงานหลังพ้นจากกองทัพ
  • Exist (2023): สตูดิโออัลบั้มที่ตอกย้ำว่าวงยังคงทรงพลัง พร้อมเพลงไตเติล “Cream Soda”

นอกจากเพลงไตเติลเหล่านี้ ซิ่วหมินยังมีส่วนในเพลง B-side หลายเพลงที่ได้รับเครดิตในการแต่งเนื้อหรือร่วมคิดทำนอง ทำให้หลายคนมองว่าเขาไม่ใช่แค่ไอดอลที่ขึ้นเวที แต่ยังเป็นศิลปินที่ใส่ใจกับเนื้องานในห้องอัด

อ้างอิง: SMTOWN

EXO-CBX กับบทบาทใหม่ของซิ่วหมิน

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของซิ่วหมินคือการได้เป็นสมาชิกของซับยูนิต EXO-CBX ที่รวมเอาสามสมาชิกสายโวคอลของ EXO ได้แก่ เฉิน (Chen) แบคฮยอน (Baekhyun) และซิ่วหมิน (Xiumin) ซึ่งเดบิวต์ในวันที่ 31 ตุลาคม 2016 ด้วยมินิอัลบั้ม “Hey Mama!”

ผลงานเด่นของ EXO-CBX

  • Hey Mama! (2016): เพลงเปิดตัวซับยูนิตที่โชว์เคมีของสามนักร้อง
  • For You (2016): เพลงประกอบซีรีส์ “Goblin” ที่กลายเป็น OST ในตำนาน
  • Blooming Day (2018): เพลงไตเติลของมินิอัลบั้มที่สอง ในแนวสดใสและให้กำลังใจ
  • Magic (2018): ซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นที่ทำให้ EXO-CBX เป็นที่รู้จักในเอเชียมากขึ้น
  • Horololo (2018): เพลงสนุก ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงด้านที่ขี้เล่นของสมาชิกทั้งสามคน

EXO-CBX ไม่เพียงสร้างความสำเร็จในเกาหลีและญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ซิ่วหมินได้แสดงทักษะการร้องในแนวเพลงที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่บัลลาดอบอุ่นไปจนถึงเพลงป๊อปจังหวะเร็ว และยังเป็นการพิสูจน์ว่าเขาเข้าได้ดีกับสมาชิกในวงทุกคน

ซิ่วหมินกับเส้นทางศิลปินเดี่ยว

หลังกลับมาจากการรับใช้ชาติ ซิ่วหมินได้เปิดเส้นทางใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบ โดยเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ SM Entertainment และทยอยปล่อยอัลบั้มที่ทำให้แฟน ๆ ได้เห็นมุมที่เป็นตัวเองมากขึ้น

มินิอัลบั้ม Brand New (2022)

วันที่ 26 กันยายน 2022 ซิ่วหมินปล่อยมินิอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกชื่อ “Brand New” ซึ่งเป็นเหมือนการประกาศการเริ่มต้นใหม่ของเขาในเส้นทางศิลปินเดี่ยว เพลงไตเติลในชื่อเดียวกัน “Brand New” มีสไตล์ R&B ผสมป๊อป สื่อถึงความรู้สึกใหม่ ๆ หลังจากการเปลี่ยนผ่านชีวิตช่วงสำคัญ

อัลบั้มชุดนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ ขึ้นชาร์ตอันดับต้น ๆ ใน iTunes หลายประเทศ และยังถูกพูดถึงในแง่ของ “การกลับมาที่นิ่งและเป็นผู้ใหญ่ของพี่ใหญ่ EXO”

ผลงานเดี่ยวอื่นๆ และซิงเกิลพิเศษ

  • Brand New (2022): มินิอัลบั้มแรก ที่เปิดเส้นทางศิลปินเดี่ยวอย่างเป็นทางการ
  • Hate That… (with Jamie, 2022): ซิงเกิลคอลแล็บที่ขึ้นชาร์ตในเกาหลี
  • SMTOWN Winter Collection: ซิงเกิลพิเศษช่วงเทศกาลที่เขาเข้าร่วมในนามศิลปินเดี่ยว
  • STATION Songs: ผลงานในโปรเจกต์ STATION ของ SM Entertainment ที่เปิดทางให้ศิลปินแต่ละคนได้ปล่อยซิงเกิลของตัวเอง

การที่ซิ่วหมินได้ออกผลงานเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า SM Entertainment เชื่อมั่นในศักยภาพของเขา และตัวเขาเองก็พิสูจน์ให้แฟนคลับเห็นว่าสามารถยืนหนึ่งบนเวทีคนเดียวได้ ไม่ใช่แค่ภายใต้ชื่อ EXO เท่านั้น

ผลงานการแสดงและละครเวทีของซิ่วหมิน

ไม่ใช่แค่ในฐานะไอดอล ซิ่วหมินยังพิสูจน์ความสามารถด้านการแสดงผ่านละครเวทีและเว็บดราม่าหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแสดงในมิวสิคัลที่ต้องใช้ทั้งทักษะการร้อง การพูด และการแสดงไปพร้อมกัน

อ้างอิง: Korseries

ผลงานละครและภาพยนตร์ที่น่าจดจำ

  • Falling for Do Jeon (2015): เว็บดราม่าสั้น ๆ ที่ซิ่วหมินรับบทพระเอกหนุ่มผู้มีเสน่ห์
  • Seondal: The Man Who Sells the River (2016): ภาพยนตร์เกาหลีย้อนยุคที่เขารับบทคาเมโอ
  • The Miracle (Web film): ผลงานเว็บฟิล์มที่โชว์ทักษะการแสดงในบทที่แตกต่างจากบนเวที
  • Falling for Challenge (2015): ผลงานเว็บซีรีส์อีกเรื่องที่ทำให้แฟน ๆ ได้เห็นซิ่วหมินในบทบาทเชิงโรแมนติก

มิวสิคัลและการแสดงบนเวที

  • School OZ (2015): โฮโลแกรมมิวสิคัลของ SM ที่ใช้เทคโนโลยี Hologram ขั้นสูง โดยซิ่วหมินรับบทเป็นหนึ่งในตัวละครหลัก
  • Goong: The Musical (2018): มิวสิคัลที่ดัดแปลงจากซีรีส์ชื่อดัง โดยซิ่วหมินรับบทเป็นองค์ชายลีชิน
  • The Game of Death (2023): มิวสิคัลที่สะท้อนถึงประเด็นสังคม โดยซิ่วหมินรับบทตัวเอกที่ต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต
  • Hadestown (Korean Production, 2024): มิวสิคัลระดับโลกที่ซิ่วหมินได้รับเลือกให้ร่วมแสดง พิสูจน์ความสามารถระดับนานาชาติ

การที่เขาได้รับเลือกให้แสดงในมิวสิคัลใหญ่หลายเรื่องสะท้อนว่าทักษะการแสดงและพลังเสียงของซิ่วหมินอยู่ในระดับมืออาชีพ ไม่ใช่แค่ไอดอลที่ลองงานละครเวทีเล่น ๆ แต่เป็นนักแสดงตัวจริงคนหนึ่งของวงการมิวสิคัลเกาหลี

การเข้ารับราชการทหารและการกลับมาของซิ่วหมิน

ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2019 ซิ่วหมินกลายเป็นสมาชิกคนแรกของ EXO ที่เข้ารับราชการทหารตามกฎหมายของเกาหลีใต้ โดยรับใช้ในตำแหน่งทหารปฏิบัติงาน (Active Duty) แม้จะมีโอกาสเลือกบทบาทที่เกี่ยวข้องกับงานบันเทิง แต่เขาเลือกใช้ชีวิตเหมือนชายชาวเกาหลีทั่วไป สื่อหลายสำนักจึงยกย่องว่าเขาเป็น “ทหารตัวอย่าง”

เขาปลดประจำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ธันวาคม 2020 และกลับเข้าสู่วงการทันที โดยร่วมกิจกรรมกับ EXO ในอัลบั้มสเปเชียลและการแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง การกลับมาของเขาในช่วงนั้นช่วยจุดประกายความหวังให้กับแฟน ๆ ที่รอคอยการรียูเนียนของวง

ความสามารถและจุดเด่นที่ทำให้ซิ่วหมินเป็นไอดอลแบบครบเครื่อง

ความน่าสนใจของซิ่วหมินไม่ได้มีแค่เรื่องเสียงร้องหรือหน้าตา แต่เป็นการรวมหลายความสามารถไว้ในคนเดียว ทำให้เขาเป็นตัวอย่างของไอดอลที่ฝึกอย่างจริงจังจนเห็นผล

ด้านการร้องและการแสดงเสียง

ซิ่วหมินเป็นเมนโวคอลของ EXO ที่มีคุณภาพเสียงนุ่ม อบอุ่น และควบคุมลมหายใจได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถร้องได้ทั้งโน้ตสูงที่ต้องใช้พลังและท่อนที่ต้องใช้ความนิ่งในการตีความเพลงบัลลาด นอกจากนี้ในเพลงป๊อปเร็ว ๆ ของ EXO เขายังเป็นคนที่ร้องไลฟ์ได้คงเส้นคงวา แม้ในขณะที่เต้นพร้อมท่าเต้นหนัก ๆ

ด้านการเต้นและสเตจเพอร์ฟอร์แมนซ์

ในฐานะลีดแดนเซอร์ ซิ่วหมินมีจุดเด่นเรื่องลายเส้นการเคลื่อนไหวที่คมและคอนโทรลร่างกายได้ดี เขาเป็นหนึ่งในสมาชิก EXO ที่มักรับบทเซ็นเตอร์ในช่วงเริ่มต้นของเพลง และมีท่าเต้นที่กลายเป็นไอคอนิก เช่นท่าในเพลง Growl และ Monster ที่แฟน ๆ ยังคงพูดถึงทุกครั้งที่เปิดวิดีโอย้อนหลัง

ความสามารถด้านกีฬาและฟิตเนส

ซิ่วหมินขึ้นชื่อเรื่องการดูแลร่างกาย เขาเคยร่วมรายการกีฬาอย่าง “Idol Star Athletics Championships (ISAC)” หลายครั้ง โดยได้รางวัลในกีฬาประเภทยิงธนูและฟันดาบ ทำให้แฟน ๆ ตั้งฉายาว่าเขาคือไอดอลกล้ามโตของวงการ K-pop รวมถึงในช่วงที่ปลดประจำการใหม่ ๆ ภาพร่างกายของเขาที่ผ่านการฝึกในกองทัพยิ่งตอกย้ำภาพ “ฟิตและแข็งแกร่ง” ให้ชัดเจนขึ้น

ภาษาและการสื่อสารกับแฟนต่างชาติ

นอกจากภาษาเกาหลีที่เป็นภาษาแม่ ซิ่วหมินยังสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ในระดับที่ดี เพราะ EXO ทำตลาดทั้งเกาหลีและจีนตั้งแต่ยุคแรก และยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับแฟน ๆ ต่างชาติได้ในระดับพอใช้ ในรายการแฟนมีตติ้งหรือคอนเสิร์ตทั่วเอเชีย เขามักทักทายแฟนคลับเป็นภาษาท้องถิ่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์อีกอย่างของเขา

รางวัลและความสำเร็จของซิ่วหมิน

ตลอดเส้นทางในวงการ ซิ่วหมินคว้ารางวัลทั้งในฐานะสมาชิก EXO, สมาชิก EXO-CBX และในฐานะศิลปินเดี่ยวมาแล้วหลายรายการ ทั้งจากเวทีในเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และเวที K-pop ระดับนานาชาติ

รางวัลในนามวง EXO

  • Mnet Asian Music Awards (MAMA): Artist of the Year หลายครั้งติดต่อกัน
  • Melon Music Awards: Album of the Year, Top 10 Artists
  • Golden Disc Awards: Disk Daesang หลายปีต่อเนื่อง
  • Seoul Music Awards: Daesang และรางวัลขวัญใจแฟนคลับ
  • Gaon Chart Music Awards: รางวัลศิลปินยอดเยี่ยมประจำปี

รางวัลในนาม EXO-CBX และศิลปินเดี่ยว

  • Bonsang หลายเวที หลังเดบิวต์ EXO-CBX
  • รางวัล OST ยอดเยี่ยม จากเพลง “For You” ในซีรีส์ Goblin
  • การติดชาร์ต iTunes อันดับ 1 ใน 30 ประเทศหลังปล่อยมินิอัลบั้ม “Brand New”
  • รางวัลศิลปินเดี่ยวยอดนิยม จากเวทีในเกาหลีหลังกลับจากกองทัพ

นอกจากรางวัลในเวทีต่าง ๆ ความสำเร็จของเขายังสะท้อนผ่านยอดขายอัลบั้ม EXO ที่ทะลุล้านก๊อบในหลายอัลบั้ม ทำให้กลุ่มถูกเรียกว่า “Million Sellers” และยิ่งตอกย้ำว่าซิ่วหมินคือหนึ่งในกำลังสำคัญที่ผลักดันให้วงเดินทางมาถึงจุดนี้ได้

ซิ่วหมินกับแฟนคลับ EXO-L ทั่วโลก

ภาพลักษณ์ของซิ่วหมินในสายตาแฟน ๆ คือ “พี่ใหญ่ที่อบอุ่น” เขามักเป็นคนแรกที่ทักทายแฟนคลับ ดูแลน้อง ๆ ในวง และเป็นมุกตลกที่นุ่มนวลในวาไรตี้โชว์ของวง EXO เอง อย่างรายการ “EXO’s Showtime” หรือ “EXO 90:2014” ที่ได้รับความนิยมในยุครุ่งเรือง

อ้างอิง: เดลินิวส์

การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ซิ่วหมินใช้แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ Bubble ในการสื่อสารกับแฟน ๆ โดยตรง เขามักโพสต์อัปเดตชีวิตประจำวัน โดยมีทั้งภาพการฝึกซ้อม ภาพอาหาร และโมเมนต์อบอุ่นเล็ก ๆ ที่ทำให้แฟนคลับรู้สึกใกล้ชิด รวมถึงไลฟ์สดผ่านแอปต่าง ๆ ที่ทำเป็นประจำหลังการกลับจากกองทัพ

บทบาทในการดูแลน้อง ๆ ในวง

ในฐานะพี่ใหญ่ของ EXO ซิ่วหมินมักถูกพูดถึงในบทบาทของคนที่ดูแลความรู้สึกของสมาชิกคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบคฮยอน เซฮุน หรือดีโอ เขามักเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจในการให้สัมภาษณ์ และเป็นคนที่คอยพูดให้น้อง ๆ ผ่อนคลายในวันที่เครียดกับงาน ภาพเหล่านี้ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “พี่ใหญ่หัวใจอบอุ่น” จากแฟนคลับ EXO-L ทั่วโลก รวมถึง EXO-L ในประเทศไทยด้วย

ซิ่วหมิน EXO ในตลาดเอเชียและประเทศไทย

EXO เป็นหนึ่งในวง K-pop ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของกระแสเกาหลี ซิ่วหมินเองก็มีฐานแฟนคลับ EXO-L ในไทยจำนวนมาก ทุกครั้งที่ EXO มาคอนเสิร์ตในไทย ที่นั่งของแฟนคลับซิ่วหมินจะเต็มอย่างรวดเร็ว และเขาก็มักทำเซอร์ไพรส์ด้วยการพูดภาษาไทยทักทายเล็ก ๆ น้อย ๆ บนเวที

นอกจากในไทย ซิ่วหมินยังมีฐานแฟนในญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม ทำให้คอนเสิร์ตทัวร์ของ EXO ยังคงเป็นทัวร์ระดับ World Tour ที่จัดในสนามใหญ่ของหลายเมือง และยิ่งหลังจากเขามีผลงานเดี่ยวอย่างจริงจัง แฟน ๆ ในต่างประเทศก็สามารถเข้าถึงผลงานของเขาได้ง่ายขึ้นผ่านสตรีมมิงต่าง ๆ

บทสรุป

คิมมินซอก หรือซิ่วหมิน คือไอดอลที่พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน และฝึกซ้อมอย่างจริงจังตลอดเส้นทางในวงการ K-pop ตั้งแต่วันแรกของการเป็นเด็กฝึกของ SM Entertainment

การเดบิวต์กับ EXO ในปี 2012 การก่อตั้งซับยูนิต EXO-CBX การออกผลงานเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จในระดับชาร์ตนานาชาติ ไปจนถึงเส้นทางในละครเวทีและมิวสิคัลที่หาดูไม่ได้ทั่วไป

เขาคือพี่ใหญ่ของวง EXO ที่ยังคงรักษาคุณภาพของผลงานในทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะในรูปแบบกลุ่มหรือเดี่ยว และยังคงเป็นต้นแบบให้กับไอดอลรุ่นน้องในเรื่องของวินัย ความสุภาพ และการดูแลตัวเอง

สำหรับแฟน K-pop ในไทยที่กำลังเริ่มสนใจ EXO การทำความรู้จักกับซิ่วหมินคือก้าวที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะเขาคือหนึ่งในตัวอย่างของไอดอลที่พร้อมผลงานเด่นจริง ๆ ทั้งในวันที่ยังเป็นน้องใหม่ของวงการ และในวันที่ก้าวขึ้นมาเป็นรุ่นพี่ที่ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานคุณภาพต่อไป